Home / วางแผนการเงิน / วางแผนภาษี / ค่าลดหย่อน / ค่าลดหย่อนลงทุนธุรกิจStartUp

ค่าลดหย่อนลงทุนธุรกิจStartUp

เงินที่ลงทุนในธุรกิจStartUp สามารถนำมาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ โดยกฎหมายกำหนดให้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนเงินที่ลงทุนจริง สูงสุดไม่เกิน100,000บาท โดยต้องเป็นการลงทุนในธุรกิจStartupตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เท่านั้น

สำหรับค่าลดหย่อนประเภทอื่นๆสามารถศึกษาได้ที่ค่าลดหย่อน
สำหรับท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ทีมที่ปรึกษาทางการเงินของเรา


หลักฐาน

  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยต้องมีการระบุชื่อผู้ถือหุ้น และวันที่ลงหุ้นหรือลงทุนหรือเพิ่มทุนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
  • หนังสือรับรองการจ่ายเงินเพื่อลงหุ้นหรือลงทุนในการจัดตั้งหรือเพิ่มทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

เงื่อนไข

การที่จะใช้สิทธิจากเงินลงทุนธุรกิจStartUp จะต้องตรงตามเกณฑ์ต่อไปนี้ครบทุกข้อ

  • ต้องเป็นการลงทุนในธุรกิจStartupตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เท่านั้น
  • ต้องถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่น้อยกว่า 2 ปีต่อเนื่องกัน นับแต่วันที่ลงทุนเว้นแต่ทุพพลภาพหรือตาย
  • ต้องลงทุนในเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลของไทย ที่จดทะเบียนจัดตั้งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562
  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวต้องผ่านการเป็นธุรกิจ Startup ที่ได้รับการรับรองจาก สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) แล้วว่าได้ประกอบกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมาย
  • ธุรกิจ Startup นั้นมีรายได้จากการขายสินค้าหรือการให้บริการของกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือรายได้เกี่ยวเนื่องกับการประกอบกิจการ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันไม่น้อยกว่า 80% ของรายได้ทั้งหมด
  • ทุนจดทะเบียนที่ชําระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทใน รอบระยะเวลาบัญชีที่คุณลงทุนในธุรกิจ Startup นั้น

อุตสาหกรรมเป้าหมายของ สวทช.

กิจการ Startup ที่อยู่ในเกณฑ์ลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้จะต้องอยู่ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของ สวทช. ดังนี้

  1. อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร
  2. อุตสาหกรรมเพื่อประหยัดพลังงาน ผลิตพลังงานทดแทน และพลังงานสะอาด
  3. อุตสาหกรรมฐานเทคโนโลยีชีวภาพ
  4. อุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุข
  5. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมบริการ และอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
  6. อุตสาหกรรมวัสดุก้าวหน้า
  7. อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องประดับ
  8. อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน
  9. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และบริการสารสนเทศ
  10. อุตสาหกรรมฐานการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม หรืออุตสาหกรรมใหม่

บทความที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง

  • มาตรา 47(1)(ซ) ประมวลรัษฎากร,กฎกระทรวง ฉบับที่ 337 (พ.ศ. 2561)
  • ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 330) พ.ศ. 2561

Allfinn มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน พร้อมให้บริการวางแผนการเงินของท่านอย่างรอบด้าน โดยยึดหลักที่ถูกต้องตามวิชาการ รวมทั้งแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับโจทย์ทางการเงินของท่าน เพื่อให้ท่านสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเงินได้ตามความต้องการ

ต้องการใช้บริการ?

เป็นเพื่อนกับAllfinn

สนใจขอรับบริการวางแผนการเงินจากผู้เชี่ยวชาญ
กรุณา Add Line เพื่อนัดหมายการให้บริการ

เป็นเพื่อนกับAllfinn