กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย ประจำเดือนมกราคม2564 : Work From Home(again)

  • SET Indexปรับตัวเพิ่มขึ้น+2.9% ในเดือนธันวาคม
  • สหรัฐเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้วกว่า1ล้านคน!
  • ส่วนคนไทย รอ”ฉีดฟรี”กลางปีนี้
  • โควิดหาบ่อนเจอ แต่ตำรวจหาไม่เจอ???!
  • จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่(20วันล่าสุด) มากกว่าผู้ติดเชื้อ11เดือนที่ผ่านมารวมกัน!
  • มีโอกาสที่ผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ในไทย จะสูงกว่า15,000-20,000ราย ก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์
  • เมื่อคำนวณแล้วคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนทุกคนอย่างเร็วที่สุดคือ ธันวาคม 2564
  • โควิดระลอกใหม่กระทบเศรษฐกิจไทย เสียหายวันละ1,500-2,000 ล้านบาท!
  • นักลงทุนต่างชาติไม่แคร์กับข่าวโควิดแล้ว
  • ตลาดหุ้นไทย แพงติดTop3ของโลก
  • แนะนำให้ทยอยลดพอร์ต ตุนเงินสดให้ได้มากที่สุด

” Work From Home(again)”

กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย ประจำเดือนมกราคม2564 : Work From Home(again)

SET Indexปรับตัวเพิ่มขึ้น+2.9% ในเดือนธันวาคม

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนธันวาคม2563 ดัชนี SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1,408.31 จุด มาปิดที่ 1,449.35 จุด คิดเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น +2.9% โดยปัจจัยบวกหลักได้แก่ การอนุมัติใช้วัคซีนCOVID-19ในต่างประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน1.4ล้านล้านเหรียญของสหรัฐฯ ขณะที่ปัจจัยกดดันหลัก คือ การแพร่ระบาดของCOVID-19ระลอกสองในประเทศไทย

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +77.2% กลุ่มเงินทุนหลักทรัพย์ +11.2% กลุ่มปิโตรเคมี +7.7% ขณะที่กลุ่มที่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุด ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง -4.0% กลุ่มพาณิชย์ -4.0% กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม -3.7% โดยนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อหุ้นไทยสุทธิ 2,520.67 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิทั้งสิ้น 18,497.25 ล้านบาท

“วัคซีน” ความหวังของโลกใบนี้

สหรัฐเริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้วกว่า1ล้านคน!
ส่วนคนไทย รอ”ฉีดฟรี”กลางปีนี้

ในที่สุดหลายประเทศก็เริ่มดำเนินการฉีดวัควีนให้แก่ประชาชนอย่างเป็นทางการ โดยสหรัฐฯได้เริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนไปแล้วกว่า 1ล้านคนและตั้งเป้าจะฉีดอีก 2 ล้านคน/วัน เพื่อบรรลุเป้าหมาย 200 ล้านคนภายในปีนี้

ขณะที่อีกหลายประเทศก็ได้เริ่มกระบวนการอนุมัติวัคซีน เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นประเทศอังกฤษ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศแคนาดา สหภาพยุโรป และประเทศบาห์เรน

สำหรับประเทศไทยเองก็ได้เริ่มกระบวนการจัดหาวัคซีน โดยมีกำหนดการคร่าวๆคือ

  • บุคคลากรการแพทย์และผู้เสี่ยงสูง จะได้รับการฉีดวัคซีนก่อน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม2564(จำนวน2ล้านโดส)
  • ประชาชนส่วนที่เหลือ จะได้เริ่มทยอยฉีดประมาณเดือนพฤษภาคม2564 เป็นต้นไป(จำนวน26ล้านโดส)

ซึ่งความหวังจากการเริ่มใช้วัคซีน ก็ได้ผลักดันตลาดในช่วงต้น-กลางเดือนธันวาคมให้ขึ้นมาทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1500 จุด ก่อนที่SET Indexจะสะดุดกับข่าวการแพร่ระบาดระลอกสอง

สมุทรสาคร กระจายสู่(บ่อน)ทั้งประเทศ

โควิดหาบ่อนเจอ แต่ตำรวจหาไม่เจอ???!

ช่วงเที่ยงวันที่17ธันวาคม เป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้คนไทยจำได้ไปอีกนาน หลังจากที่มีการตรวจพบเจ้าของแพปลาที่ตลาดมหาชัยติดเชื้อโควิด หลังจากนั้นด้วยการปูพรมตรวจเช็คแรงงานในย่านสมุทรสาคร ก็ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งจังหวัดสมุทรสาคร เพิ่มขึ้นแตะระดับ 2,938 ราย(ข้อมูลณ.วันที่ 5 มกราคม 2564) ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาวพม่า

แต่สิ่งที่สร้างความกังวลให้แก่ประชาชน ทั้งประเทศ คือการตรวจพบการติดเชื้อเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย(ปัจจุบัน48จังหวัด) ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างก็คือ การแพร่เชื้อจาก “บ่อนการพนัน ซึ่งผู้มีอำนาจล้วนปฎิเสธว่า “ไม่มี๊..ไม่มี..บ่อน” แต่ถ้าลองเข้าGoogle Mapsแล้วพิมพ์คำว่า “บ่อนพนัน” ก็จะเสิชเจอได้ง่ายดาย เหมือนเดินไปร้านสะดวกซื้อหน้าบ้านเลยทีเดียว

ผลจากข่าวการแพร่ระบาดระลอกสอง ส่งผลให้SET Indexเปิดตลาดดิ่งลงที่ระดับ 1,390จุดทันที ก่อนที่จะค่อยๆฟื้นขึ้นปิดที่ 1,450จุดในช่วงปลายเดือนธันวาคม

 

ความเห็น

จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่(20วันล่าสุด)

มากกว่าผู้ติดเชื้อ11เดือนที่ผ่านมารวมกัน!

เรื่องแรกที่จะขอพูดถึง คือเรื่องการระบาดของโควิดระลอกใหม่ในไทย หลังจากเราได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของไทย ในการเจอกับการระบาดระลอกใหม่ของเชื้อCOVID-19ต่อเนื่องกันหลายเดือน ในที่สุดวันที่เราไม่อยากเห็นก็เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยข้อมูลล่าสุด ณ.วันที่5มกราคม

  • จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 8,966 ราย
  • จำนวนผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ มีจำนวนสูงกว่า 4,800 คน

สิ่งที่น่าตกใจคือ จำนวนผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ มีจำนวนสูงถึงกว่า4,800 ราย ภายในระยะเวลาแค่ไม่ถึง20วัน ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อระลอกแรกทั้งหมดรวมกันกว่า11เดือนเสียอีก

มีโอกาสที่ผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ในไทย
จะสูงกว่า15,000-20,000ราย
ก่อนสิ้นเดือนมีนาคม

หากวิเคราะห์ตามสถิติตัวเลขผู้ติดเชื้อในต่างประเทศ ซึ่งพบการแพร่ระบาดระลอกสอง(Second Wave)จะพบว่า การระบาดระลอกสอง มักกินเวลายาวนานกว่า2เดือน ซึ่งหากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งขนาดนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะพบจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่เฉลี่ยสูงถึงวันละมากกว่ามากกว่า800-1000รายต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า15วัน นั่นหมายความว่าเราจะมีจำนวนผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมสูงเกินกว่า15,000-20,000รายก่อนช่วงสิ้นเดือนมีนาคม

หากเป็นเช่นนั้นจริง คงจะพูดได้แค่ว่าเศรษฐกิจไทยปี2021…”เหนื่อยหนักแน่”

เมื่อคำนวณแล้วคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนทุกคน

อย่างเร็วที่สุดคือ ธันวาคม 2564

ส่วนเรื่องวัคซีนที่กำลังจะเป็นความหวังของไทย ก็ต้องบอกว่าใจเย็นๆก่อน เพราะหากดูจากข้อมูลที่กระทวงสาธารณสุขได้แถลงออกมาเมื่อวันที่4มกราคม จะเห็นว่า

  • ในช่วงแรก(เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน) จะนำเข้าวัคซีนรวม 2 ล้านโดส
  • ช่วงถัดไป(เดือนพฤษภาคม) จะใช้วัคซีนที่จะผลิตจากในประเทศ จำนวน26ล้านโดส ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก มหาวิทยาลัยOxford(Merdona)

ซึ่งจะเห็นว่า รวมทั้งสิ้น ณ.สิ้นเดือน พค เราจะมีวัคซีนรวม 28ล้านโดส ซึ่งจะสามารถใช้ฉีดให้แก่ประชากรได้ราว 14ล้านคน(1คน ใช้2โดส ฉีดห่างกัน1เดือน) ซึ่งจะเห็นว่า เรายังขาดวัคซีนที่จำเป็นอีกเป็นจำนวนมาก

หากวิเคราะห์ต่อถึงกำลังการผลิตวัคซีนของสยามไบโอเซนต์ ซึ่งเป็นโรงงานที่จะใช้ผลิตวัควีน จะพบว่ามีกำลังการผลิตได้200ล้านโดสต่อปี หมายความว่า1เดือน จะผลิตได้ราว 16ล้านโดส/เดือน เหลือเพียงพอแก่ประชากรอีก 8 ล้านคนต่อเดือน(หากไม่ส่งออกวัคซีน+ไม่มีสินค้าเสียเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!)

นั่นหมายความว่าอย่างเร็วที่สุด(Best Case) คนไทยทั้งหมด จะได้รับการฉีดวัคซึ่งภายในเดือนธันวาคม 2564

คำถามก็คือ “วัคซีนที่กำลังมา จะช้าไปรึเปล่า” ถ้าเทียบกับการระบาดระลอกใหม่ที่รุนแรงขนาดนี้?

โควิดระลอกใหม่กระทบเศรษฐกิจไทย

เสียหายวันละ1,500-2,000 ล้านบาท!

เรื่องต่อไปที่นักลงทุนควรรู้ก็คือ แล้วผลกระทบทางเศรษฐกิจไทยจากการระบาดระลอกใหม่ จะหนักหนาแค่ไหน?

เราขออ้างอิงจากผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย วันที่ 23 ธันวาคม 2563 ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

  • ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2021 ลงสู่ 3.2% จากเดิม 3.6%
  • ปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2021 ลงเหลือ 5.5 ล้านคน จากการคาดการณ์เดิมที่ 9 ล้านคน
  • ปรับลดคาดการณ์การลงทุนภาครัฐเหลือ 7.9% จากการคาดการณ์เดิมที่ 11.4%
  • ประเมินว่าอาจมี Downside ต่อประมาณการจากการเกิดการะบาดของไวรัส COVID-19 รอบใหม่ ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ซึ่งถ้าข้อมูลดังกล่าวมองยากไป มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินง่ายๆว่า โควิดระลอกใหม่ ทำให้เศรษฐกิจไทยเสียหายวันละ1,500-2,000 ล้านบาท หรือเดือนละ 45,000-60,000 ล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติไม่แคร์กับข่าวโควิดแล้ว

แต่ก็จะมีนักลงทุนถามเข้ามาว่า แล้วทำไมหุ้นไทยยังกลับมาทะลุ 1,500จุดได้อีกครั้ง ในช่วงต้นปีนี้?

คำตอบสั้นๆก็คือ ต่างชาติไม่ได้กลัวโควิดระบาดในไทยอีกแล้ว

เหตุผลก็คือ หากเราไปดูยอดผู้ติดเชื้อในต่างประเทศ จะเห็นว่าหนักหนากว่าบ้านเรามาก จนเรียกได้ว่า นักลงทุนต่างชาติ “ชินชา” กับข่าวโควิดแล้ว

ขอแค่ตลาดหุ้นทั่วโลกยังปรับเพิ่มขึ้น ต่างชาติก็พร้อมจะสาดเม็ดเงินเข้ามาดันหุ้นไทยต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นไทย แพงติดTop3ของโลก

คำถามที่ควรจะถามมากกว่า ก็คือ แล้วหุ้นไทย ยังจะขึ้นต่อได้อีกแค่ไหน

ถ้าตอบสั้นๆ เราก็คงต้องบอกว่า “เราไม่รู้ “

แต่ส่งหนึ่งที่เรารู้แน่ๆก็คือ ณ.ปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทย ในเชิงปัจจัยพื้นฐานแล้วถือว่า “โคตรแพง” ติดระดับTop3ของโลก

ดังนั้นหากเมื่อไหร่มีปัจจัยเข้ามากระทบต่อตลาดหุ้นโลก ตลาดหุ้นไทยจะเป็นตลาดหนึ่ง ที่ถูกถล่มขายอย่างรวดเร็วและรุนแรงที่สุด

แนะนำให้ทยอยลดพอร์ต ตุนเงินสดให้ได้มากที่สุด

ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ เราจึงแนะนำให้นักลงทุนทุกประเภท ทยอยลดพอร์ต เพื่อเก็บ”สะสมกระสุน“ให้ได้มากที่สุด

เพราะเมื่อไหร่โอกาสมาอีกครั้ง…เฉพาะคนที่มีเงินสดเท่านั้น ที่จะเป็นคนที่ยิ้มออก


บทความโดย :
กษิดิศ ตั้งสวัสดิรัตน์, AFPT™
Founder & Head of investment strategy
(บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกใน Allfinn.net เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564)