(คลิป)จ่ายเบี้ยประกันต่อไม่ไหว ทำอย่างไรได้บ้าง

  • จ่ายเบี้ยประกันต่อไม่ไหว ยังมีทางเลือกอื่นที่สามารถทำได้ นอกจากการยกเลิกกรมธรรม์
  • กรณีที่ “เงินช๊อต” เพียงชั่วคราว จะมีทางเลือก คือ ชำระเบี้ยประกันล่าช้า , ขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ย , ขอกู้เงินจากกรมธรรม์ของตน,ขอตัดลดสัญญาเพิ่มเติม
  • กรณีที่ “ไม่ต้องการชำระเบี้ยอีก” จะมีทางเลือก คือ ขอเวนคืนกรมธรรม์ , ขอใช้เงินสำเร็จ , ขอขยายระยะเวลา

จ่ายเบี้ยประกันต่อไม่ไหว ทำอย่างไรได้บ้าง?

หาเงินมาจ่ายเบี้ยประกันไม่ทัน ทำอย่างไรดี? มีทางเลือกไหนบ้างที่ทำแล้วจะคุ้ม นอกเหนือจากการยกเลิกกรมธรรม์?

ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่สำคัญตัวหนึ่ง แต่เนื่องจากประกันชีวิตโดยทั่วไปมักจะมีการกำหนดระยะเวลาชำระเบี้ยประกันที่ยาวนาน ส่วนมากมักจะอยู่ที่10ปีขึ้นไป…

ทีนี้ปัญหาก็บังเกิด เพราะตอนที่เซ็นสัญญาทำประกันชีวิต เราก็คิดว่าตัวเองคงมีเงินจ่ายทุกปี แต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่ง เกิดมีความจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมา แบบนี้จะให้จ่ายเบี้ยประกันต่อก็คงไม่ไหว แต่ครั้นจะหยุดจ่าย ยอมทิ้งกรมธรรม์ไปเลยก็ชักเสียดายเงินที่จ่ายไป แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ?

เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งคิดหนัก เพราะจริง ๆ แล้ว หากเราจ่ายเบี้ยประกันไม่ไหว ก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องยกเลิกกรมธรรม์ทันที ยังมีอีกหลายวิธีที่ช่วยทำให้เราสามารถถือกรมธรรม์ประกันชีวิตต่อไปได้ พร้อมแล้ว…มาเริ่มกันเลย 

กรณีที่ยังต้องการชำระเบี้ยประกันต่อไป

สำหรับกรณีที่แค่ “เงินช๊อตชั่วคราว” แล้วในอนาคตเรายังคงต้องการที่จะชำระเบี้ยประกันต่อไป มีทางเลือกที่สามารถทำได้ 4 ทาง ก็คือ

1.1 ชำระเบี้ยประกันช้ากว่ากำหนดได้สูงสุด 31 วัน

สำหรับประกันชีวิตจะมีระยะเวลาผ่อนผันให้ 31 วันนับตั้งแต่วันครบกำหนด โดยที่เรายังคงได้รับความคุ้มครองตามปกติ เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถใช้ช่วงเวลานี้ หาเงินให้พอสำหรับไปจ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันได้

1.2 ขอเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ย

โดยทั่วไปการชำระเบี้ยประกันชีวิตมักกำหนดให้จ่ายเป็นรายปี ทำให้หลายคนมีปัญหาไม่สามารถหาเงินมาจ่ายเบี้ยประกันได้ เพราะต้องจ่ายเป็นเงินก้อนใหญ่ทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถแก้ปัญหาด้วยการขอเปลี่ยนวิธีการชำระเบี้ยประกันให้ถี่ขึ้น อาจจะเป็นแบบ 3 เดือน 6 เดือน หรือรายเดือนเลยก็ได้

ทางเลือกนี้มีข้อดี คือ ผู้ถือประกันไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโตทีเดียว รวมถึงยังคงได้รับความคุ้มครองเท่าเดิม แต่ก็ต้องยอมแลกด้วยการจ่ายเป็นงวดที่ยิบย่อยขึ้น รวมทั้งระยะเวลาแต่ละงวดมีความกระชั้นชิดขึ้นนั่นเอง

1.3 ขอกู้เงินจากกรมธรรม์ของตนเองมาชำระเบี้ย

สำหรับประกันชีวิตที่ชำระเบี้ยมาแล้ว2ปีเป็นต้นไป เราสามารถขอกู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิตของตัวเองได้ ตามมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ ซึ่งมีข้อดี คือ ไม่ต้องใช้หลักฐานทางการเงินในการกู้ แต่ต้องอย่าลืมว่าการกู้เงินจากกรมธรรม์ของตัวเองนั้น ก็มีภาระอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเช่นกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับสัญญาของแต่ละบริษัทประกัน

1.4 ขอตัดสัญญาเพิ่มเติมออกบางส่วน

ทางเลือกนี้เหมาะกับคนที่ยังเห็นความสำคัญของประกันชีวิต แต่มองว่าเงื่อนไขเดิมที่ตนเองส่งอยู่ เกินความสามารถที่จะส่งไหว การขอตัดลดสัญญาเพิ่มเติมออก ก็คือการตัดสิทธิ์ที่ได้รับบางอย่างออกไป เช่น ค่ารักษาพยาบาล, ค่าชดเชยรายได้, ความคุ้มครองโรคร้ายแรง เป็นต้น ขึ้นอยู่กับการตกลงของเรากับบริษัทประกัน

 

กรณีที่ไม่ต้องการชำระเบี้ยประกันอีกต่อไป

ส่วนใครที่คิดว่าไม่ต้องการจะจ่ายเบี้ยประกันชีวิตตัวนี้ต่อไปอีกแล้ว ก็มีทางให้เราเลือกใช้อยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ

2.1 ขอเวนคืนกรมธรรม์

การยกเลิกกรมธรรม์ หมายความว่า สัญญาที่ได้ทำไว้จะถือว่าสิ้นสุดทันที ไม่มีความคุ้มครองอีกต่อไป แต่เราจะได้เงินก้อนหนึ่งกลับคืนมา โดยจำนวนเงินที่ได้คืนนั้น ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จ่ายเบี้ยประกันมาแล้ว แต่อยากแนะนำว่าควรเลือกเป็นวิธีสุดท้าย เพราะส่วนมากแล้วเงินที่ได้คืนนั้น มักจะได้น้อยกว่าที่เราจ่ายไปอยู่มาก

2.2 ขอใช้เงินสำเร็จ

การขอใช้เงินสำเร็จ เป็นการหยุดจ่ายเบี้ยประกัน โดยที่สัญญากรมธรรม์ยังคงมีผลอยู่ และจะให้ความคุ้มครองต่อไปจนครบสัญญาเหมือนเดิม แต่ความคุ้มครองและเงินประกันที่ได้รับจะปรับลดลง สำหรับวิธีนี้เหมาะกับคนที่ไม่ได้รีบร้อนใช้เงิน และไม่ได้เน้นความคุ้มครองของกรมธรรม์มาก แต่ยังคงต้องการให้มีประกันชีวิตคุ้มครองไปยาว ๆ จนครบสัญญา

2.3 ขอขยายระยะเวลา

เป็นทางเลือกที่คล้ายกับวิธีเงินสำเร็จ คือ มีการหยุดจ่ายเบี้ยประกัน ต่างกันที่ทางเลือกนี้ความคุ้มครองของกรมธรรม์จะยังอยู่เท่าเดิม แต่ระยะเวลาคุ้มครองจะลดน้อยลงจากเดิม ซึ่งแบบขยายเวลามีข้อดีตรงที่เรายังได้รับเงินประกันเท่าเดิม แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ระยะเวลาคุ้มครองจะสั้นกว่าแบบใช้เงินสำเร็จนั่นเอง

 

สรุป

ปัญหาเรื่องการหาเงินจ่ายเบี้ยประกันไม่ทัน จะไม่เกิดขึ้นเลย หากก่อนการทำประกันชีวิตทุกครั้ง มีการวางแผนการเงินที่ถูกต้อง มีการประเมินกระแสเงินสดในอนาคตว่าจะเพียงพอในการชำระเบี้ยประกันได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่?

สำหรับท่านที่สนใจบริการวางแผนการเงินโดยผู้เชี่ยวชาญ ทางAllfinnมีบริการPrivate Wealth ซึ่งจะช่วยวางแผนการเงินและเลือกแบบประกันที่ตรงใจท่านมากที่สุด สามารถติดต่อได้ตามช่องทางการติดต่อด้านล่างได้ทันทีครับ

Allfinn มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน พร้อมให้บริการวางแผนการเงินของท่านอย่างรอบด้าน โดยยึดหลักที่ถูกต้องตามวิชาการ รวมทั้งแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับโจทย์ทางการเงินของท่าน เพื่อให้ท่านสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเงินได้ตามความต้องการ

ต้องการใช้บริการ?

เป็นเพื่อนกับAllfinn

สนใจขอรับบริการวางแผนการเงินจากผู้เชี่ยวชาญ
กรุณา Add Line เพื่อนัดหมายการให้บริการ

เป็นเพื่อนกับAllfinn

บทความโดย :
กษิดิศ ตั้งสวัสดิรัตน์
Founder & Head of investment strategy
(บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกใน Allfinn.net เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2562)