Market Update : “Trade War” จุดชี้ชะตาตลาดหุ้นปลายปี

สงครามการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐฯ

  • นายโดนัลด์ ทรัมป์ชูนโยบาย America First ในการหาเสียงประธานาธิบดี
  • ทรัมป์อาศัยอำนาจตามมาตรา 301 เพื่อป้องกัน “การค้ามิชอบ” เพื่อกำหนดกำแพงภาษีต่อประเทศคู่ค้า
  • สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับจีนสูงถึง 350 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • ทั้งสหรัฐและจีนมีการกำหนดกำแพงภาษีระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสูงถึง200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • การหารือระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐ จะเกิดขึ้นในการประชุมG20ช่วงต้นเดือนธันวาคม
  • แนะนำWait&See เพื่อรอจังหวะการเข้าซื้อเพิ่มช่วงต้นเดือนธันวาคม

“สงครามการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐฯ”

สงครามการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯประกาศตั้งภาษีศุลกากร 25% ต่อสินค้าจีนมูลค่า 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งประเทศจีนจึงได้ออกมาตรการโต้ตอบ นับเป็นการเปิดฉากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ สร้างความปั่นป่วนให้แก่ตลาดทุนทั่วโลกมาตั้งแต่ช่วงกลางปี2561 ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของสงครามการค้า

โดนัลด์ ทรัมป์ชูนโยบาย America First ในการหาเสียงประธานาธิบดี

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงปลายปี 2559 นายโดนัลด์ ทรัมป์ตัวแทนพรรคริพับลิกันได้หาเสียงโดยชูนโยบาย America First ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศสหรัฐฯอีกครั้ง โดยหนึ่งในนโยบายย่อยคือการประกาศสงครามกับประเทศจีน โดยสัญญาว่าจะแก้ไขปัญหา “การละเมิดการค้าและการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม” ของประเทศจีน

ทรัมป์อาศัยอำนาจตามมาตรา 301 เพื่อป้องกัน “การค้ามิชอบ”

เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ รัฐบาลสหรัฐฯนำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อาศัยอำนาจตามมาตรา 301 แห่งรัฐบัญญัติการค้า ค.ศ. 1974 เพื่อป้องกันสิ่งที่อ้างว่าเป็น“การค้ามิชอบและการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา” โดยกฎหมายให้อำนาจประธานาธิบดีกำหนดค่าปรับหรือบทลงโทษอื่นต่อคู่ค้าฝ่ายเดียวได้หากถือว่าทำร้ายผลประโยชน์ทางธุรกิจของสหรัฐโดยมิชอบ โดยในเดือนเมษายน 2561 สหรัฐฯได้กำหนดพิกัดอัตราต่อสินค้านำเข้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจากจีน รวมถึงแคนาดาและประเทศในสหภาพยุโรป

เส้นทางสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ

สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับจีนสูงถึง 350 พันล้านเหรียญสหรัฐ

  • ประเทศสหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับประเทศจีนจำนวนมากถึง 350 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • ทำให้สหรัฐฯ มีการตั้งประกาศตั้งกำแพงภาษี 25% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีนประเภทเครื่องจักร อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเกี่ยวกับยานพาหนะ มูลค่า 34,000ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีผลในวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา
  • จีนได้ทำการตอบโต้โดยการตั้งกำแพงภาษี 25% สำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ประเภทสินค้าเกษตรและอาหาร และรถยนต์ มูลค่า 34,000ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีผลวันที่ 6 กรกฎาคมเช่นกัน
  • สหรัฐพิจารณาจะเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มอีกมูลค่า 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • จีนตอบโต้ด้วยการพิจารณาจะเก็บภาษีเพิ่มอีกมูลค่า 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐเช่นกัน
  • สหรัฐฯประกาศจะเพิ่มการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในอัตรา 10% มีผลบังคับใช้วันที่ 24 กันยายน 2561
  • จีนก็ตอบโต้ด้วยการประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐในมูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด

การหารือระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐ จะเกิดขึ้นในการประชุมG20ช่วงต้นเดือนธันวาคม

วันที่ 30 ตุลาคม ทางการสหรัฐฯได้ออกประกาศว่าทางรัฐบาลอยู่ในกระบวนการร่างนโยบายภาษีที่จะมีผลใช้กับสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม หากการหารือระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump และประธานาธิบดี Xi Jingping ในการประชุม G20 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายนถึงวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ไม่ได้ข้อสรุปที่น่าพึงพอใจ โดยนโยบายดังกล่าวอาจจะคลอบคลุมสินค้าจากจีนอีกมูลค่าประมาณ 257,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

บทสรุป

แนะนำWait&See เพื่อรอจังหวะการเข้าซื้อเพิ่มช่วงต้นเดือนธันวาคม

Allfinn คาดการณ์ว่าตลาดจะแกว่งตัวในกรอบแคบ เพื่อรอผลการหารือระหว่างDonald Trump และ Xi Jingpingช่วงต้นเดือนธันวาคม โดยหากสหรัฐฯและจีนสามารถเจรจาข้อตกลงทางการค้าได้ในการประชุม G20 จะส่งผลให้ตลาดสามารถปรับตัวขึ้นได้แรง เพื่อตอบรับกับปัจจัยบวกในประเทศทั้งประเด็นผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงเติบโตในระดับที่ดี รวมถึงประเด็นการเลือกตั้งทั่วไปของไทยที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2562

ที่มา:

  • https://en.wikipedia.org/wiki/2018_China%E2%80%93United_States_trade_war
  • https://www.scmp.com/topics/us-china-trade-war
  • https://edition.cnn.com/2018/11/16/business/trade-war-us-tariffs/index.html
  • https://www.independent.co.uk/topic/us-china-trade-war?CMP=ILC-refresh
  • https://ig.ft.com/us-china-tariffs/

บทความโดย :
กษิดิศ ตั้งสวัสดิรัตน์
Founder & Head of investment strategy
(บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกใน Allfinn.net เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561)