กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย ประจำเดือนกันยายน2561:Election is coming

กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย ประจำเดือนกันยายน2561:Election is coming

  • SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนสิงหาคม2561
  • กำไรบริษัทฯไตรมาส 2 เติบโตสูงถึง19% และยังมีแนวโน้มเติบโตมากกว่า 10% ในไตรมาสที่ 3
  • แต่งตั้งกกต.เรียบร้อยแล้ว คาดว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นภายใน 24 ก.พ. 62
  • ความผันผวนของปัญหาวิกฤติค่าเงินประเทศตุรกี และปัญหาสงครามการค้าจะยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง
  • ระยะมีมุมมองเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทย ส่วนระยะสั้นคาดว่าตลาดมีโอกาสจะเกิดความผันผวนสูงขึ้น
  • ยังคงแนะนำนักลงทุนคงสัดส่วนการลงทุน ตามพอร์ตการลงทุนในระยะยาวที่ได้วางแผนไว้
  • หากตลาดมีการปรับตัวลดลงแรง โดยเป็นปัจจัยเพียงชั่วคราวแนะนำให้เพิ่มพอร์ตการลงทุน

“Election is coming”

SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนสิงหาคม2561

ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคม 2561 SET Indexปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% จากสิ้นเดือนกรกฎาคม 2561 หลังจากที่ SETปรับขึ้นมาอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจของไทยที่ดีกว่าคาด ขณะที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผันผวนของปัญหาวิกฤติค่าเงินประเทศตุรกี และปัญหาสงครามการค้า โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ 10,418 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ 12,611 ล้านบาท

กำไรบริษัทฯเติบโตเพิ่มขึ้น 19%

กำไรบริษัทฯไตรมาส 2 เติบโตสูงถึง19% และยังมีแนวโน้มเติบโตมากกว่า 10% ในไตรมาสที่ 3

กำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 ผลกำไรสุทธิรวมของตลาดยังอยู่ในระดับสูงที่ 2.28 แสนล้านบาท คิดเป็นการเติบโตสูงถึง19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังมีแนวโน้มเติบโตมากกว่า 10% ในไตรมาสที่ 3 จากแรงส่งที่ดีของการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และฐานกำไรไตรมาส 3/60 ที่อยู่ในระดับต่ำ โดยแบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ได้แก่ กลุ่มขนส่งทางอากาศ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนกลุ่มที่หดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วได้แก่ กลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มอาหาร โดยกำไรสุทธิรวมของบริษัทฯใน 6 เดือนแรกเติบโตสูงถึง12% เมื่อเทียบกับปี 2560 และคิดเป็น 50% ของประมาณการณ์กำไรทั้งปี ทำให้กำไรสุทธิของปี 2561 น่าจะยังเติบโตได้ที่ 10–12% เมื่อเทียบกับปี 2560

โรดแมพการเลือกตั้งชัดเจนมากขึ้น

แต่งตั้งกกต.เรียบร้อยแล้ว คาดว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นภายใน 24 ก.พ. 62

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม2561 ได้มีราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จำนวน 5 คนเป็นที่เรียบร้อย และล่าสุดทางกกต. ได้ประชุมร่วมกับรัฐบาล โดยคาดว่าจะประกาศได้ประมาณกลางเดือน ก.ย. 61 และตามกฎหมายต้องจัดเลือกตั้งภายใน 150 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าการเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นภายใน 24 ก.พ.62 ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากขึ้น

ความเห็น

ไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤตตรุกี และ สงครามการค้าเพียงเล็กน้อย

สำหรับประเด็นวิกฤติค่าเงินตรุกี และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลกระทบให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่(Emerging Market)ที่มีฐานะทางการเงินไม่แข็งแรง ประเทศที่มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด, มีหนี้ต่างประเทศและอัตราเงินเฟ้อในระดับสูง โดยเฉพาะตุรกี อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ บราซิล

ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแรง ซึ่งหลัก ๆ ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย กลับมีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง

ระยะยาวเรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย

ระยะยาวเรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย ทั้งจากปัจจัยการเติบโตของเศรษฐกิจของไทยที่ดีกว่าคาด ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังน่าจะเติบโตได้สูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเด็นบวกจากโรดแมพการเลือกตั้งที่น่าจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

ระยะสั้นมองว่าตลาดน่าจะมีความผันผวนที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตามในระยะสั้น เรามองว่าตลาดน่าจะมีความผันผวนที่สูงขึ้นจากผลกระทบของปัจจัยภายนอกประเทศ ทั้งจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงผลพวงจากวิกฤติค่าเงินตรุกี

แนะนำนักลงทุนให้คงสัดส่วนการลงทุน หากตลาดปรับตัวลงแนะนำให้เพิ่มพอร์ต

Allfinnจึงยังคงแนะนำนักลงทุนให้คงสัดส่วนการลงทุน ตามพอร์ตการลงทุนในระยะยาวที่ได้วางแผนไว้ หากตลาดมีการปรับตัวลดลงแรง โดยเป็นปัจจัยเพียงชั่วคราวแนะนำให้เพิ่มพอร์ตการลงทุน


บทความโดย :
กษิดิศ ตั้งสวัสดิรัตน์
Founder & Head of investment strategy
(บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกใน Allfinn.net เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561)