กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย ประจำเดือนธันวาคม2561:Silent Christmas

  • Set Index ปรับตัวลดลง -1.64% ในเดือนพฤศจิกายน 2561
  • ต่างชาติผู้ขายสุทธิ 13,993 ล้านบาท ขณะที่กองทุนซื้อสุทธิ 14,677 ล้านบาท
  • สหรัฐฯและจีนตกลงเลื่อนการใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าออกไป 90 วัน
  • ราคาน้ำมันดิบBrentลดลงจากระดับ $70/barrel ลงมาปิดที่ $59/barrel
  • สงครามการค้าสหรัฐ-จีน น่าจะได้ข้อสรุปในช่วงต้นปีหน้า
  • FED ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย
  • ปลดล็อคการเมือง รอเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2561
  • มองว่าSETจะแกว่งตัวในกรอบแคบ1,600-1,650
  • เม็ดเงินจากLTF/RMFน่าจะบางเบา
  • ความผันผวนในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยสะสม

Silent Christmas

Set Index ปรับตัวลดลง -1.64% ในเดือนพฤศจิกายน 2561

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤศจิกายน 2561 Set Index ปรับตัวลดลง-27.29จุด จากระดับ1,669.09จุด ลงมาปิดที่1,641,80จุด คิดเป็นการปรับตัวลดลง -1.64% โดยมีความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนเป็นประเด็นหลัก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรง กดดันให้Set Index ไหลลงต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือนดัชนีสามารถปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อยจากความคาดหวังในการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีDonald trumpและประธานาธิบดีXi Jinpingที่เกิดขึ้นในการช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการแพทย์ +2.42% กลุ่มขนส่ง +0.4% และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ +0.0% ในขณะที่ราคาหลักทรัพย์กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลงแรงที่สุด ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ -7.4% กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร -5.1% และ กลุ่มธุรกิจการเกษตร -5.0% สำหรับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิ 13,993 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศได้ทำการซื้อสุทธิ 14,677 ล้านบาท

สงครามการค้า ประเด็นที่ยังคงคลุมเครือ

สหรัฐฯและจีนตกลงเลื่อนการใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าออกไป 90 วัน

สำหรับผลการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ภายหลังจากการประชุมจี 20 ที่ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายตกลงกันที่จะเลื่อนการใช้มาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าระหว่างกันออกไปอีก 90 วัน จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะเริ่มใช้อัตราภาษีใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562

ราคาน้ำมันดิ่งแรง

ราคาน้ำมันดิบBrentลดลงจากระดับ $70/barrel ลงมาปิดที่ $59/barrel

ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงจากระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือน ลงมาที่ระดับ 59 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน โดยมาสีเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ และการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านโดยอนุญาตให้ 8 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย อิตาลี กรีซ ตุรกี ยังคงสามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ตามปกติ

ความเห็น

สงครามการค้าสหรัฐ-จีน น่าจะได้ข้อสรุปในช่วงต้นปีหน้า

สำหรับภาพระยะกลางถึงยาว มองว่าตลาดโลกยังมีปัจจัยบวกรออยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งความชัดเจนเรื่องสงครามการค้าของสหรัฐฯและจีน ซึ่งทั้งสองฝ่ายน่าจะหาข้อยุติความขัดแย้งกันได้ โดยล่าสุดเมื่อคืนวันที่12ธันวาคม นายโดนัลด์ ทรัมป์ได้มีการโพสข้อความลงในทวิตเตอร์เมื่อวันที่11ธันวาคม โดยมีใจความสำคัญว่า การเจรจาการค้ากับจีนกำลังเป็นไปด้วยดี และเขายังพร้อมที่จะแทรกแซงการจับกุมตัวนางเมิ่ง ว่านโจว CFOของHuawei หากช่วยให้สหรัฐบรรลุข้อตกลงกับจีนได้ ซึ่งนับเป็นสัญญาณเชิงบวกของเจรจาการค้าของทั้งสองฝ่าย

FED ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

ขณะที่นโยบายของFED ก็เริ่มมีการส่งสัญญาณเชิงบวก โดยนายJerome Powellประธานธนาคารกลางสหรัฐ(FED) ได้แถลงว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED กำลังเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลาง ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวหรือชะลอตัวมากเกินไป เป็นการส่งสัญญาณว่าFEDจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งทำให้ตลาดน่าจะกลับเข้าสู่โหมด “Risk-On” ได้อีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า

ปลดล็อคการเมือง รอเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ 2561

สำหรับปัจจัยในประเทศคงอยู่ที่ประเด็นเรื่องการเลือกตั้ง โดยล่าสุดเมื่อวันที่11 ธันวาคม 2561 ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยยกเลิกคำสั่งห้ามประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง(ปลดล็อคการเมือง) ซึ่งหากเป็นไปตามกำหนดเดิมคาดว่าจะมีการประกาศรับสมัคร สส. ในวันที่ 14-18 มกราคม 2562 และจะมีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดได้

ระยะสั้นมองว่าSETจะแกว่งตัวในกรอบแคบ1,600-1,650

ขณะที่ภาพรวมของตลาดในระยะสั้นช่วงเดือนธันวาคมนี้ Allfinn มองว่าตลาดจะแกว่งตัวในกรอบแคบ ในช่วง1,600-1,650 เนื่องจากตลาดยังคงขาดปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามากระตุ้นตลาดในระยะสั้น ผนวกกับการซื้อขายของนักลงทุนที่จะเบาบางลงในช่วงปลายปี เนื่องจากเทศกาลวันหยุดยาว ทำให้ปัจจัยขาดแรงขับเคลื่อนไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

เม็ดเงินจากLTF/RMFน่าจะบางเบา

สำหรับเม็ดเงินจากการซื้อLTF/RMFในปีนี้น่าจะบางเบา เนื่องจากตลาดหุ้นปีนี้แกว่งตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเม็ดเงินส่วนหนึ่งทยอยซื้อกองทุนLTF/RMFไว้ล่วงหน้า ผนวกกับกระแสข่าวการไม่ต่ออายุสิทธิประโยชน์ภาษีของกองทุนLTFในช่วงปีหน้า(อาจจะมีการเปลี่ยนรูปแบบกองทุน/สิทธิประโยชน์) ทำให้เกิดแรงซื้อLTFเข้ามาในช่วงก่อนหน้าค่อนข้างมาก ทำให้ทาง Allfinn มีความเห็นว่าในปีนี้เม็ดเงินจากกองทุนLTFจะไม่คึกคักเหมืองช่วงปีที่ผ่านมา

ความผันผวนในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยสะสม

Allfinnยังคงมองว่าความผันผวนในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยสะสม เพื่อรอจังหวะตลาดคลายความวิตกจากประเด็นเชิงลบต่างๆที่เข้ามาในช่วงนี้ ทั้งนี้เรามองว่าตลาดได้ซึมซับปัจจัยเชิงลบต่างๆไปค่อนข้างมากแล้ว อีกทั้งยังมีโอกาสสูงที่ปัจจัยลบต่างๆจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จึงแนะนำทยอยเข้าสะสม


บทความโดย :
กษิดิศ ตั้งสวัสดิรัตน์
Founder & Head of investment strategy
(บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกใน Allfinn.net เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561)