เปิดโผรายชื่อ บริษัทที่กำลังพัฒนาวัคซีน COVID-19 เกือบสำเร็จ!

  • ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด19 ทั่วโลก 28,052,222 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตทั่วโลก 908,475 ราย
  • หากบริษัทใดพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จ…ย่อมสร้างผลตอบแทนมหาศาลให้แก่ผู้ถือหุ้น
  • การทดสอบวัคซีนตามมาตรฐานสากล จะแบ่งออกเป็น 5 เฟส
  • ปัจจุบันมีวัคซีนที่อยู่ในกระบวนการทดลองกว่า 130 ชนิด
  • มีวัคซีนที่น่าสนใจติดตาม อย่างใกล้ชิด 9 ชนิด
  • ซึ่งผลลัพธ์ในการพัฒนาวัคซีน ย่อมส่งผลต่อการลงทุนในสินทรัพย์ทุกประเภท อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Vaccine Maker

เปิดโผรายชื่อ บริษัทที่กำลังพัฒนาวัคซีน COVID-19 เกือบสำเร็จ!

ปัจจุบันไวรัสCOVID-19 ได้ถือเป็นศัตรูทางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลก โดยข้อมูล ณ.วันที่10 กันยายน 2563 มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วโลก 28,052,222 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตทั่วโลก 908,475 ราย ซึ่งแน่นอนว่าความหวังในการจัดการกับเชื้อไวรัสร้ายย่อมหนีไม่พ้น”วัคซีน”

และแน่นอนว่าหากบริษัทใดพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จ…ย่อมสร้างผลตอบแทนมหาศาลให้แก่ผู้ถือหุ้น

ขั้นตอนการทดสอบวัคซีน

สิ่งแรกที่ต้องรู้เกี่ยวกับวัคซีน ก็คือขั้นตอนการทดสอบที่เป็นมาตรฐานสากล โดยการทดสอบวัคซีนจะแบ่งออกเป็น 5 เฟส ได้แก่

  • เฟส Preclinical หมายถึงการทดลอง ที่ยังไม่ผ่านการทดลองในมนุษย์
  • เฟส1 หมายถึง การทดลองความปลอดภัยในมนุษย์(กลุ่มผู้ทดลองจำนวนน้อย)
  • เฟส2 หมายถึง การทดลองความปลอดภัยในมนุษย์(กลุ่มผู้ทดลองจำนวนมาก)
  • เฟส3 หมายถึง การทดลองประสิทธิภาพการต้านโรคของวัคซีนในมนุษย์(กลุ่มผู้ทดลองจำนวนมาก)
  • Approval คือ การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศ

ซึ่งจากความเสียหายต่อเศรษฐกิจในปัจจุบัน หากวัคซีนใดผ่านการทดลองในเฟส3ไปได้…ขั้นตอนการอนุมัติย่อมเป็นไปอย่างง่ายดาย

ปัจจุบันมีวัคซีนใดบ้างที่น่าลุ้น

หากพิจารณาถึงวัคซีนที่ “น่าจะใช้ได้ผลและปลอดภัยจริง”(Phase3) ณ.วันที่10 กันยายน 2563 จะพบว่ามีวัคซีนที่อยู่ในกระบวนการทดลองกว่า 135 ชนิด และที่น่าสนใจติดตามอย่างใกล้ชิดมีทั้งหมด 9 ตัว ได้แก่

  • วัคซีนmRNA-1273 พัฒนาโดยบริษัท Moderna ประเทศสหรัฐฯ
  • วัคซีนAD5 พัฒนาโดยบริษัทCanSino Biologics ประเทศจีน ร่วมกับAcademy of Military Medical Sciences
  • วัคซีนของบริษัท Sinopharm ประเทศจีน
  • วัคซีนของบริษัท Sinopharm ร่วมกับบริษัทWuhan Institute of Biological Products ประเทศจีน
  • วัคซีนCoronaVac พัฒนาโดยบริษัทSinovac Biotech ประเทศจีน
  • วัคซีนChAdOx1 พัฒนาโดยAstraZeneca ประเทศอังกฤษ-สวีเดน และมหาวิทยาลัย Oxford
  • วัคซีนที่ร่วมมือโดยบริษัท Pfizer ประเทศสหรัฐฯ และบริษัท BioNTech ประเทศเยอรมัน
  • วัคซีนBacillus Calmette-Guerin ของสถาบันMurdoch Children’sออสเตรเลีย
  • วัคซีนGam-Covid-Vac ของสถาบันวิจัยGamaleya ประเทศรัสเซีย(วัคซีนตัวที่รัสเซียประกาศใช้อย่างเป็นทางการ)

โดยนักลงทุนสามารถติดตามอัพเดตรายชื่อวัคซีนได้จาก  https://www.nytimes.com/interactive/2020/science/coronavirus-vaccine-tracker.html

แล้วทำไมนักลงทุนอย่างเรา…ถึงต้องรู้เรื่องนี้ด้วย?

คำตอบแรก คือ เรื่องนี้กระทบกับทุกสินทรัพย์การลงทุน

ไม่ว่าคุณจะลงทุนในสินทรัพย์ใดก็ตาม ความคืบหน้าเรื่องการพัฒนาวัคซีนย่อมกระทบต่อทุกสินทรัพย์การลงทุน เช่น

  • ลงทุนในทองคำ หากการพัฒนาวัคซีนเสร็จสิ้น นักลงทุนย่อมเทขายทองคำ เพื่อกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง
  • ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ เช่น Amazon Facebook หากการพัฒนาวัคซีนเสร็จสิ้น ย่อมมีสิทธิ์โดนเทขาย เนื่องจากที่ผ่านมาหุ้นเทคโนโลยีได้รับผลบวกอย่างมากจากการLockdown และ Work From Home
  • ลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ย่อมได้รับผลบวก หากการพัฒนาวัคซีนทำได้เร็ว
  • ลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ย่อมได้รับผลบวก จากการที่ประชาชนต้องไปฉีดวัคซีน
  • หรือแม้แต่ การลงทุนในหุ้นถุงมือยาง… หากการพัฒนาวัคซีนเสร็จสิ้นเร็ว อาจหมายถึงการดิ่งเหวของราคาหุ้นได้

คำตอบที่สอง คือ เราลงทุนในหุ้นบริษัทเหล่านี้ได้

ในการพัฒนายาแต่ละตัว บริษัทยาเกือบทุกแห่งล้วนต้องการเงินทุนมหาศาล ซึ่งบริษัทยาเหล่านี้ล้วนเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เกือบทั้งสิ้น

และหากการพัฒนายาหรือวัคซีนตัวใดทำได้สำเร็จ ย่อมสร้างผลตอบแทนมหาศาลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้

โดยสำหรับนักลงทุนที่มีเงินทุนจำนวนมาก และต้องการกระจายพอร์ตการลงทุน ทางเรามีนักวางแผนการเงินที่สามารถช่วยท่านลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ สามารถติดต่อเราได้ ที่นี่


บทความโดย :
กษิดิศ ตั้งสวัสดิรัตน์, AFPT™
Founder & Head of investment strategy
(บทความนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกใน Allfinn.net เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563)